วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552
การไหว้พระธาตุประจำวันเกิด
TRAVEL(ท่องเที่ยวไทย)กับการไหว้พระธาตุถือเป็นการเสริมสร้างสิริมงคลให้แก่ชีวิตเป็นอย่างยิ่ง เพราะการบูชาพระธาตุ อันเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะนำมาซึ่งความสุข ความเจริญมาสู่ผู้ที่บูชา รวมทั้งอานิสงส์ผลบุญที่ได้จากการกราบไหว้บูชา ยิ่งหากใครบูชาด้วยจิตใจศรัทธาอันบริสุทธิ์ และหมั่นกราบไหว้เมื่อมีโอกาส อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ของพระธาตุ จะดลบันดาลให้เกิดสิริมงคลในชีวิตแก่ตัวผู้บูชา โดยเฉพาะที่จ.นครพนม จัดเป็นเมืองแห่งพระธาตุ เพราะแทบทุกอำเภอจะมีวัดที่ประดิษฐานพระธาตุอยู่มากมาย อีกทั้งแต่ละพระธาตุ ยังมีความเชื่อกันว่าเป็นพระธาตุประจำวันเกิด ซึ่งมีครบทั้ง 7 วันท่องเที่ยวไหว้พระธาตุ1. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม
ท่องเที่ยวไทยพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และมีพระธาตุบริวารอยู่รายรอบรวม 7 องค์ การไหว้พระธาตุถือเป็นหนึ่งในร้อยแปดมงคลชีวิต ซึ่งเปรียบเสมือนการได้ไหว้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ โดยเฉพาะองค์พระธาตุพนม ที่ได้บรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสร้างราว พ।ศ। 1200-1400 ลักษณะของสถาปัตยกรรมมีแหล่งที่มาที่เดียวกันกับปราสาทของขอม ได้มีการบูรณะอยู่หลายครั้ง เคยทรุดลงทั้งองค์ เมื่อ พ।ศ. 2518 และได้รับการบูรณะใหม่ตามแบบเดิม เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม สูง 53.60 เมตร ตั้งอยู่บนฐานรูปสี่เหลียม กว้างด้านละ 12.33 เมตร บนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำมีน้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ท่องเที่ยวซึ่งเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีวอก เชื่อกันว่าผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์มีบุญบารมี และมีคนให้ความเคารพนับถือเครื่องสักการะ : ธูป 6 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีแดง, น้ำอบไทย,ข้าวเหนียว ปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ ท่องเที่ยวไทยไปวัดพระธาตุ
2. วัดพระธ
าตุเรณู อ.เรณูนคร
ท่องเที่ยวไทยเป็นพระธาตุคู่เมืองของชาวเรณูนคร องค์พระธาตุมีลักษณะสวยงาม จำลองมาจากพระธาตุพนม (องค์เดิม) แต่มีขนาดเล็กกว่า สูง 35 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 8.37 เมตร ภายในบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่าต่างๆ และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เชื่อกันว่าผ้ะที่ได้นมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์ท่องเที่ยวไทย พร้อมชมสินค้า OTOP ผ้าพื้นเมือง และอุ (เหล้าหมัก)เครื่องสักการะ : ธูป 15 ดอก, เทียนขาว 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีเหลือง, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : อิ ร
ะ ชา คะ ตะ ระ สา
3. พระธาตุศรีคุณ อ.นาแก ท่องเที่ยวไทย
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 64 กิโลกเมตร ถูกค้นพบเมื่อประมาณปีพ.ศ.2340 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2486-2490 มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันที่ชั้น 1 มี 2 ตอน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ประดับลวดลายปูนปั้น และชั้นที่ 2 สั้นกว่าพระธาตุพนม ภายในบรรจุดพระอรหันตสารีริกธาตุของพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร พระสังกัจจายนะ และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคาร เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณเครื่องสักการะ : ธูป 8 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีชมพู, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง งเที่ยวไทย
4. พระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก
พระธาตุมหาชัย สร้างเมื่อปีพ.ศ.2495 มีลักษณะองค์พระธาตุเป็นรูปแปดเหลี่ยมสูง 40 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตสารีริกธาตุของพระอัญญาโกณฑัญญะ พระสารีบุตร และพระอนุรุทร บริเวณใกล้เคียงยังมีพระพุทธรูปสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปะที่งดงามหาดูได้ยากยิ่งในภาคอีสานและเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพุธ เชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการ จะได้รับอานิสงส์ประสบแต่ชัยชนะในชีวิต เครื่องสักการะ : ธูป 17 ดอก, เทียนขาว 2เล่ม, พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีเขียว, น้ำอบไทย,ข้าวเหนียว ปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเ
กิด : ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท
5. วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า ท่องเที่ยวไทย
เดิมเป็นเจดีย์โบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด จนกระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2436 ได้มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ โดยจำลองรูปทรงมาจากพระธาตุพนม ลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยม วัดโดยรอบฐานด้ 20.80 เมตร สูง 28.52 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตสารีริกธาตุรวม 7 องค์ พระพุทธรูปเก่าแก่ ดินจากสังเวชนียสถานในประเทศอินเดีย 4 แห่ง และพระพุทธบาทจำลองที่อัญเชิญมาท่องเที่ยวไทยจากกรุงเทพฯ เมื่อปีพ.ศ.2500 และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนวันพฤหัสบดี เชื่อว่าผู้ได้นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้สัมฤทธิผลในการปฏิบัติงาน เครื่องสักการะ : ธูป 19 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีส้ม, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง,ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
ท่องเที่ยวไทย
6. วัดพระธาตุอุเทน อ।ท่าอุเทน ท่องเที่ยวไทยองเที่ยวไทย
เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยม จำลองมาจากพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็ก มีความสูงจากพื้นดินถึงยอด 33 วา ฐานกว้างด้านละ 6 วา 3 ศอก ภายในบรรจุพระพุทธสารีริกธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองเมียนมาร์ ประเทศพม่า และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ เชื่อกันว่า travelท่องเที่ยวไทยไปกับผู้ที่มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณเครื่องสักการะ : ธูป 21 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีฟ้า, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง,ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : วา โธ โน อะ มะ มะ วา
7. วัดมหาธาตุ อ.เมือง travelท่องเที่ยวไหว้พระธาตุ
พระธาตุนคร มีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 5.85 เมตร สูง 24 เมตร ก่อสร้างเสร็จในวันเดือนเพ็ญของปีพ.ศ.2465 มีรูปแบบตามพระธาตุพนมองค์เดิม ภายในบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ จากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาถวายบรรจุเอาไว้ในองค์พระธาตุ และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ เชื่อกันว่าผู้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์เสริมบุญบารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคนเครื่องสักการะ : ธูป 10 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีม่วง, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ
าตุเรณู อ.เรณูนคร
ท่องเที่ยวไทยเป็นพระธาตุคู่เมืองของชาวเรณูนคร องค์พระธาตุมีลักษณะสวยงาม จำลองมาจากพระธาตุพนม (องค์เดิม) แต่มีขนาดเล็กกว่า สูง 35 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยม กว้างด้านละ 8.37 เมตร ภายในบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่าต่างๆ และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ เชื่อกันว่าผ้ะที่ได้นมัสการจะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้มีวรรณะงดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์ท่องเที่ยวไทย พร้อมชมสินค้า OTOP ผ้าพื้นเมือง และอุ (เหล้าหมัก)เครื่องสักการะ : ธูป 15 ดอก, เทียนขาว 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีเหลือง, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : อิ ร
ะ ชา คะ ตะ ระ สา
3. พระธาตุศรีคุณ อ.นาแก ท่องเที่ยวไทย
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 64 กิโลกเมตร ถูกค้นพบเมื่อประมาณปีพ.ศ.2340 และได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อปีพ.ศ.2486-2490 มีลักษณะคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันที่ชั้น 1 มี 2 ตอน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ประดับลวดลายปูนปั้น และชั้นที่ 2 สั้นกว่าพระธาตุพนม ภายในบรรจุดพระอรหันตสารีริกธาตุของพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร พระสังกัจจายนะ และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคาร เชื่อกันว่าผู้ที่ได้มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ ให้มีศักดิ์ศรีทวีคูณเครื่องสักการะ : ธูป 8 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีชมพู, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง งเที่ยวไทย
4. พระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก
พระธาตุมหาชัย สร้างเมื่อปีพ.ศ.2495 มีลักษณะองค์พระธาตุเป็นรูปแปดเหลี่ยมสูง 40 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตสารีริกธาตุของพระอัญญาโกณฑัญญะ พระสารีบุตร และพระอนุรุทร บริเวณใกล้เคียงยังมีพระพุทธรูปสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปะที่งดงามหาดูได้ยากยิ่งในภาคอีสานและเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพุธ เชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการ จะได้รับอานิสงส์ประสบแต่ชัยชนะในชีวิต เครื่องสักการะ : ธูป 17 ดอก, เทียนขาว 2เล่ม, พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีเขียว, น้ำอบไทย,ข้าวเหนียว ปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเ
กิด : ปิ สัม ระ โล ปุ สัต พุท
5. วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า ท่องเที่ยวไทย
เดิมเป็นเจดีย์โบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด จนกระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2436 ได้มีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ โดยจำลองรูปทรงมาจากพระธาตุพนม ลักษณะรูปทรงสี่เหลี่ยม วัดโดยรอบฐานด้ 20.80 เมตร สูง 28.52 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตสารีริกธาตุรวม 7 องค์ พระพุทธรูปเก่าแก่ ดินจากสังเวชนียสถานในประเทศอินเดีย 4 แห่ง และพระพุทธบาทจำลองที่อัญเชิญมาท่องเที่ยวไทยจากกรุงเทพฯ เมื่อปีพ.ศ.2500 และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนวันพฤหัสบดี เชื่อว่าผู้ได้นมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ส่งผลให้สัมฤทธิผลในการปฏิบัติงาน เครื่องสักการะ : ธูป 19 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีส้ม, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง,ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ
ท่องเที่ยวไทย
6. วัดพระธาตุอุเทน อ।ท่าอุเทน ท่องเที่ยวไทยองเที่ยวไทย
เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนรูปสี่เหลี่ยม จำลองมาจากพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็ก มีความสูงจากพื้นดินถึงยอด 33 วา ฐานกว้างด้านละ 6 วา 3 ศอก ภายในบรรจุพระพุทธสารีริกธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองเมียนมาร์ ประเทศพม่า และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ เชื่อกันว่า travelท่องเที่ยวไทยไปกับผู้ที่มานมัสการพระธาตุแห่งนี้จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณเครื่องสักการะ : ธูป 21 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีฟ้า, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง,ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : วา โธ โน อะ มะ มะ วา
7. วัดมหาธาตุ อ.เมือง travelท่องเที่ยวไหว้พระธาตุ
พระธาตุนคร มีลักษณะสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 5.85 เมตร สูง 24 เมตร ก่อสร้างเสร็จในวันเดือนเพ็ญของปีพ.ศ.2465 มีรูปแบบตามพระธาตุพนมองค์เดิม ภายในบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ พร้อมกับองค์พระพุทธรูปทองคำ และของมีค่าต่างๆ จากประชาชนผู้มีจิตศรัทธาถวายบรรจุเอาไว้ในองค์พระธาตุ และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ เชื่อกันว่าผู้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์เสริมบุญบารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคนเครื่องสักการะ : ธูป 10 ดอก, เทียน 2 เล่ม,พวงมาลัย, ดอกไม้, ผ้าสีม่วง, น้ำอบไทย, ข้าวเหนียวปิ้ง, ข้าวพองคาถาประจำวันเกิด : โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
คติ
“เสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล”
เครื่องสักการะ
ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก
ประวัติ/ความเป็นมา travelท่องเที่ยวไทยไหว้พระที่วัดพระอารามหลวงกัน
วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระ
เจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาบที่ 5 นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ travelท่องเที่ยวไทย
การเดินทางไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
ปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
ประวัติ/ความเป็นมา travelท่องเที่ยวไทยไหว้พระที่วัดพระอารามหลวงกัน
วัดสระเกศราชวรมหาวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นโท เป็นวัดสำคัญคู่มากับการสร้างกรุงเทพมหานคร เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดสระแรัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่โปรดให้ขุดคลองรอบพระอารามและพรราชทานนามว่า วัดสระเกศ จนถึงสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ทั่วทั้งพระอารามและสร้างสิ่งต่างๆ เพิ่มเติม เช่น พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง สิ่งสำคัญภายในวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้แก่ พระบรมบรรพตหรือภูเขาทอง ซึ่งสร้างเป็นพระปรางค์ในสมัยรัชกาลที่ 3 แต่เกิดทรุดทังลง รัชกาลที่ 4 โปรดให้ซ่อมแซม โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อพระ
เจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างแล้วเสร็จในสมับรัชกาบที่ 5 นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถที่ภายในมีภาพเขียนจิตรกรรมฝีมือช่าง สมัยรัชกาลที่ 3 และหอไตร ศิลปะสมัยอยุธยาบานหน้าต่างเป็นลายรดน้ำ travelท่องเที่ยวไทย
การเดินทางไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
ปากคลองมหานาค แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
วัดบวรนิเวศวิหาร
คติ ท่องเที่ยวไทยTRAVELTHAILAND
“พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต”
เครื่องสักการะ
ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพร
ะราชวังบวรมหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ .ศ. 2367 - 2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จมาประทับเมื่อปี พ .ศ. 2375 นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันทรงผนวช เป็นวัดของคณะ สงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย สิ่งสำคัญภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารแบบตรีมุข หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตรงกลางมีตรามหามงกุฎ พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธชินสีห์ วิหารพระศาสดา พระเจดีย์ใหญ่ และพระตำหนักปั้นหยา สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช
การเดินทางท่องเที่ยวไทยtravelthailandไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร
สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร
การเดินทาง
โดยรถประจำทาง สาย 10 , 12 , 56 , 68
ประวัติ/ความเป็นมา
วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชชวรวิหาร สมเด็จพระบวรราชเจ้ากรมพร
ะราชวังบวรมหาศักดิพลเสพกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ .ศ. 2367 - 2375 เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดใหม่ ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 3 ทรงอาราธนาสมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้ามงกุฎเสด็จมาประทับเมื่อปี พ .ศ. 2375 นอกจากนี้ ยังเป็นวัดที่รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลปัจจุบันทรงผนวช เป็นวัดของคณะ สงฆ์ฝ่ายคามวาสีของธรรมยุติกนิกาย สิ่งสำคัญภายในวัดบวรนิเวศวิหาร ได้แก่ พระอุโบสถ เป็นอาคารแบบตรีมุข หน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบ ตรงกลางมีตรามหามงกุฎ พระประธานในพระอุโบสถและพระพุทธชินสีห์ วิหารพระศาสดา พระเจดีย์ใหญ่ และพระตำหนักปั้นหยา สถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเจ้าฟ้าที่ทรงผนวช
การเดินทางท่องเที่ยวไทยtravelthailandไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร
สถานที่ตั้ง
ตั้งอยู่ริมถนนบวรนิเวศและถนนพระสุเมรุ แขวงนิเวศ เขตพระนคร
การเดินทาง
โดยรถประจำทาง สาย 10 , 12 , 56 , 68
วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร( วัดแจ้ง)
คติ
“ชีวิตรุ่งโรจน์ทุกคืนวัน”
เครื่องสักการะ
ธูป 3 ดอก เทียนคู่
ประวัติ/ความเป็นมา ในการท่องเที่ยวไทยไปไหว้พระที่วัด
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม” ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “ยักษ์วัดแจ้ง”ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์
การเดินทางท่องเที่ยวไทยtravelthailandไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
สถานที่ตั้ง
ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่
การเดินทาง
โดยรถประจำทาง สาย 19, 57
เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน ขึ้นที่วัดอรุณ
ประวัติ/ความเป็นมา ในการท่องเที่ยวไทยไปไหว้พระที่วัด
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เมื่อ พ.ศ. 2310 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (พระเจ้ากรุงธนบุรี) เสด็จทางชลมารคจากกรุงศรีอยุธยามารุ่งเช้าที่หน้าวัดมะกอก จึงโปรดเกล้าฯให้ปฏิสังขรณ์ แล้วเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “วัดแจ้ง” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้ทรงปฏิสังขรณ์และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดอรุณราชวราราม” ในสมัยกรุงธนบุรีวัดอรุณราชวรารามเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต ก่อนที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระแก้ว นอกจากนั้นยังมียักษ์ปูนปั้นขนาดใหญ่ 2 ตน ตั้งอยู่หน้าประตูซุ้มยอดพระมงกุฏ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม “ยักษ์วัดแจ้ง”ภายในวัดอรุณราชวรารามนี้มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย อาทิ มีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกสูง 33 วาเศษ ประดับด้วยชิ้นกระเบื้องเคลือบสีต่างๆ ยอดพระปรางค์เป็นนภศูล ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีปรางค์ทิศทั้ง 4 ประดิษฐานพระพุทธรูปปางประสูติ เทศน์พระธัมมจักร ตรัสรู้ นิพพาน การเดินเวียนทักษิณาวัดรอบพระปรางค์ 3 รอบ โดยเดินเวียนขวา (ตามเข็มนาฬิกา) เพื่อความเป็นสิริมงคล มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก” ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง และยังมีพระวิหารที่มีพระบรมสารีริกธาติที่เกศพระพุทธชมภูนุชฯ มีพระอรุณหรือพระแจ้ง ที่รัชกาลที่ 4 ทรงอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์
การเดินทางท่องเที่ยวไทยtravelthailandไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)
สถานที่ตั้ง
ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่
การเดินทาง
โดยรถประจำทาง สาย 19, 57
เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน ขึ้นที่วัดอรุณ
วัดสุทัศนเทพวราราม
คติ travelthailandท่องเที่ยวไทย
“วิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่คนทั่วไป”
เครื่องสักการะ
ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม
ประวัติ/ความเป็นมา travelthailandท่องเที่ยวไทย
วัดสุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นพระอามามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ “วัดมหาสุทธาวาส” วันนี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุทัศเทพวราราม”ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน ท่องเที่ยวไทยยังมีอีกเยอะtravelthailandยังมีอีกมากรอให้คุณไปเยื่อน
การเดินทางท่องเที่ยวไทยไปยังวัดจัดเป็นtravelไปยังวัดสุทัศเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร
การเดินทาง
โดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 42รถปรับอากาส สาย ปอ. 10, 12, 42
ประวัติ/ความเป็นมา travelthailandท่องเที่ยวไทย
วัดสุทัศเทพวรารามวรมหาวิหาร เป็นพระอามามหลวงชั้นเอก และเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมชื่อ “วัดมหาสุทธาวาส” วันนี้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2350 เสร็จสมบูรณ์ พ.ศ. 2390 ในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดสุทัศเทพวราราม”ที่พระวิหารมี “พระศรีศากยมุนี” เป็นพระประธานซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัยเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยหล่อด้วยสำริดถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยาบานประตูใหญ่ของพระวิหารสลักไม้สวยงามรอบพระวิหารมีถะ หรือเจดีย์ศิลาแบบจีนตั้งอยู่บนฐานทักษิณ เป็นถะ 6 ชั้น จำนวน 28 องค์ มีพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ เป็นพระประธานปางมารวิชัย ใหญ่กว่าพระที่หล่อในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ องค์อื่นๆ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามมาก พระอุโบสถนี้นับว่ายาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีศาลาการเปรียญที่มีพระพุทธเสรฏฐมุนี เป็นพระประธานที่หล่อด้วยกลักฝิ่นเมื่อ พ.ศ. 2382 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน ท่องเที่ยวไทยยังมีอีกเยอะtravelthailandยังมีอีกมากรอให้คุณไปเยื่อน
การเดินทางท่องเที่ยวไทยไปยังวัดจัดเป็นtravelไปยังวัดสุทัศเทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร
การเดินทาง
โดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 42รถปรับอากาส สาย ปอ. 10, 12, 42
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
คติ travelthailand
“ชื่อเสียงโด่งดัง คนนิยมชมชอบ”
เครื่องสักการะ
ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว
ประวัติ/ความเป็นมา ท่องเที่ยวไทย
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารหรือเป็นที่รู้จักกันในนาม (วัดระฆัง) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า “วัดบางว้าใหญ่” เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า “พระประธานยิ้มรับฟ้า” นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งทั้งบานประตู และฝาผนังรวมทั้งตู้พระไตรปิฏกสมัยกรุงศรีอยุธยาวัดระฆังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบันการไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล travelthailand
การเดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามมรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
การเดินทาง ท่องเที่ยวไทยไปวัดโดย
โดยรถประจำทาง สาย 19, 57
ทางเรือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยาแล้วลงที่ท่ารถไฟ หรือท่าวังหลังหรือข้ามฝากที่ท่าช้างแล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง
ประวัติ/ความเป็นมา ท่องเที่ยวไทย
วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารหรือเป็นที่รู้จักกันในนาม (วัดระฆัง) เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อว่า “วัดบางว้าใหญ่” เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา พระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมในสมัยรัชกาลที่ 1 มีลายหน้าบันเป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถนี้ เป็นที่ประดิษฐานของพระประธานซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงเรียกว่า “พระประธานยิ้มรับฟ้า” นอกจากนี้ยังมีหอไตรเป็นรูปเรือนสามหลังแฝด ภายในมีภาพจิตรกรรมที่สำคัญหลายแห่งทั้งบานประตู และฝาผนังรวมทั้งตู้พระไตรปิฏกสมัยกรุงศรีอยุธยาวัดระฆังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ วิทยาคุณโด่งดังมากแต่อดีตจวบจนปัจจุบันการไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ เพื่อขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชรเมื่อสวดจบแล้ว ปักธูปที่กระถางและปิดทองที่รูปปั้น แล้วอย่าลืมพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล travelthailand
การเดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามมรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
การเดินทาง ท่องเที่ยวไทยไปวัดโดย
โดยรถประจำทาง สาย 19, 57
ทางเรือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยาแล้วลงที่ท่ารถไฟ หรือท่าวังหลังหรือข้ามฝากที่ท่าช้างแล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)